ถุ๊ย… "เย็ดแม่ม โหม๋มึงแลตะ เราแค่จิได้ลิ้มรสชีวิตอมตะแล้วเดะ! กูหนิอยากรู้จริงๆว่าไอ้โหม๋พวกเทวดานี้จิให้เราได้ลองแตกเลือดแลม่าย!?" แดริลกล่าวด้วยสำเนียงปักษ์ใต้ชัดเหมือนตอนที่เพิ่งโนคลิปมา
"มึงอย่าเพิ่งเพื้ยน เรายังต้องขึ้นไปอีกเกือบกิโลกว่าจะถึง ระวังไว้ดีๆหน่อย กูรู้สึกได้เลยว่าสักพักไอ้พวกนี้มันต้องลงมาโฉบหาเราแน่ๆ" อัลเบิร์ตตอบ ขัดขาแดริลตามที่เขาทำเป็นปกติ
ทั้งกลุ่มมีหกคนผูกติดกันอย่างค่อนข้างปลอดภัยไว้โดยเชือกบนเปลือกไม้ แต่ละคนสวมเสื้อยีนที่มีปีกติดอยู่ด้านหลังพร้อมสายรัดตัว
"ไอ้เบิด มึงหัดร่าเริงมั้งแหละ ถ้าว่ามึงอยากเป็นอมตะหนัดเหนียน แล้วไซร้มึงไม่ใช้ชีวิตให้มีความสุขมั้งเหล่า" แดริลขำ
"เออ แค่ตั้งใจขึ้นไปให้ถึงก่อนจะเริ่มฉลองก็พอ" เบิดเห่าอย่างเสงี่ยม
เวลาผ่านไปอย่างเงียบขรึม แต่เสียงของเชือกที่ร่อนไปพร้อมสายรัด สายหายใจอันหนักหน่วง และเสียงฮึดฮัดก็ดังอยู่ภายใน ลมพัดพาอย่างรุนแรง และสายตาของกลุ่มก็ชายไปด้านข้าง เทวดากำลังพุ่งเข้ามาหา และมันก็ไม่ได้มาทักทายพวกเขาอย่างอ่อนโยน
"ตัดน้ำหนักถ่วงไปสิวะ ไอ้สัส ตัด!" กิลสันตะโกน
ชายสามในหกของกลุ่มปล่อยมือจากต้นไม้และโดดลงไปราวๆเมตรเพื่อหลบการโจมตีของเทวดา ชายคนหนึ่งตอบสนองไม่ทัน ส่วนอีกสองก็สามารถจะเกาะเปลือกไม้อีกชิ้นและปีนต่อมาได้ แบร์รี่ถูกตัดขาดสนิทผ่านช่องท้อง ร่างของเขาจับเชือกของกลุ่มที่เหลือไว้แน่น แดริลและกิลสันไม่มัวชักช้า รีบตัดเชือกส่วนที่เชื่อมกับแบร์รี่ของพวกเขาออกในทันที เลือดของเขาเปื้อนต้นไม้และถูกดูดซึมไปในทันที ในขณะที่เทวดาก็บินหนีไปด้วยร่างของเขา
"ไม่ใช่ดิ เราจะไปต่อกันแบบนี้ได้ยังไง เราต้องกลับไปเตือนคนอื่นๆดิ นี่แม่งไม่คุ้มไรแล้ว!" กิลสันต่อรอง เขาเป็นหัวหน้าของชายสามคนด้านล่าง
"ก็สมมึงแล้วแหละ ไอ้ชาติโบ๋! กูกับไอ้เบิดไปต่อไม่รอโหม๋มึงแล้ว จิตามไอ้แบร์รี่ลงนรกไปก็ไปตะ!" แดริลตะโกน
เบิดดูคนอื่นๆโต้เถียงกันไป เขาไม่พูดสักคำและปีนต่อไป แดริลตามติดหลังเขา ในขณะที่กิลสันและคนอื่นๆก็รีบกลับไปหากลุ่มตัวเอง
"กูว่านะ กูชอบมึงมากกว่าไอ้โหม๋นั้นนัด มึงกับกูเดะ ไอ้เกลอ เราจิอยู่กันเป็นอมตะ! ถ้าอีนกเปรตโหม๋นั้นมันบินมาเหลย เดี๋ยวกูจิฉีกปีกโหม๋มันออกให้เหม็ดเลย!" แดริลกล่าว
"กูจะไม่มีวันเป็นเกลอมึง… กูแค่ไม่อยากจะตายห่าอยู่ที่นี่" เบิดกล่าวอย่างขรึม
เมื่อพวกเขาคุยจบ ระหว่างที่กำลังเร่งปีนขึ้นไปนั้น ลมก็เริ่มพัดพาอีกครั้ง คราวนี้ก็ได้มีเทวดาสองสามตัวรอบล้อมพวกเขาเอาไว้ ชายทั้งสองหยุดชะงัก พวกเขาอยู่ห่างจากยอดต้นเพียงไม่ถึงเมตร ในขณะที่เทวดาโฉบลงมา แดริลก็ได้เอื้อมไปยังมีดมาเชเต้ที่เอว และตัดเข้าอย่างดี เบิดร่วงลงมาเล็กน้อย เขากระโดดต่อไปโดยใช้ไหล่ของแดริล ในขณะเดียวกันก็ตัดเชือกที่ผูดพวกเขาไว้ออกจากกัน และหลบเลี่ยงการจู่โจมโดยเทวดา แต่พวกเขาก็ยังคงไม่ปลอดภัย
"เหมือนว่ามึงจะได้ไปพบกิลสันเร็วๆนี้แล้ววะ" เบิดกล่าวแซะ
แดริลฮึมฮำด้วยความโกรธ เขาจับร่องไม้แต่ร่องเพื่อจะตะกุยตะกายขึ้นไป ในขณะที่เบิดมองขึ้นไปเพื่อจะปีนต่อ เทวดาก็แทงทะลุเข้าที่หน้าของเขา ร่างของเขาร่วงลงไป และดึงเชือกที่มัดเขาไว้ให้ขาดไปด้วย และพุ่งผ่านกิลสันไป แดริลยิ้มปริระหว่างที่กำลังดันตัวเองขึ้นไป ได้มีพื้นที่ราบแผ่อยู่ด้านหน้าของเขา โดยก็มีพุ่มไม้นับร้อยที่ถูกบรรยายถึงไว้ในตำนานปรากฏอยู่บนยอดต้น แสงตะวันเฉิดฉายอย่างงดงามผ่านก้านใบที่หนาแน่น จนเกิดเป็นภาพของสวนแห่งอีเดน
"55555! โหม๋มึงคิดไม่ถึงแหละวะว่ากูจะมาถึง! แหกลูกตาแลแหละว่ะมีแต่กูมาถึงอยู่คนเดียว!"
แดริลพุ่งไปหาพุ่มไม้พุ่มแรกที่เขาพบ และเริ่มกลืนกินผลไม้ที่เลื่องลือ โดยก็ไม่ได้รู้สึกถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา ไม่เพียงสำหรับเขา แต่ก็สำหรับคนอื่นๆด้วยเช่นกัน
อึก "อัลลา รสชีวิตอมตะนี่มันชาติหร่อย! โหม๋มึงคงได้แต่หวังว่าจิมาแดกกับกูได้ ไอ้น้องเห้อ"
แดริลมองลงไปที่ฝั่งซ้ายของอกเข้า เพียงแต่ก็เห็นเทวดาได้ใช้ปีกของมันแทงทะลุเข้าหัวใจเขาไปแล้ว
เอิ๊ก กลั้วคอ "ฮึ กูโดนมึงแล้ว แต่ก็ไม่ทันแล้–"
เท้าของแดริลฝักรากลงไปยังต้นไม้ ในขณะที่เถาวัลย์ก็เข้าพัวพันตามร่างเขา จนรอบล้อมเป็นดักแด้ เสียงกรีดร้องและเสียงกระดูกและอวัยวะถูกบดราวกับว่าเขากำลังถูกคั้นน้ำได้ถูกหน่วงลง
กลับไปที่เมืองต้นไม้…
ไบรอันวิ่งล้มวิ่งคว่ำไปที่บ้าน เขากระแทกประตูเปิดด้วยไหล่ และก็ถอนหายใจเหือกใหญ่ใส่มนุษย์ต้นไม้ ขอโทษที่รบกวนนะครับ แต่เรามีสถานการณ์เลวร้ายกำลังเกิดขึ้นข้างนอก มาร์โก่ถูกต้นไม้กลืนลงไปแล้ว! เรากำลังอพยพทุกๆคน พวกคุณเกี่ยวข้องอะไรกับมันด้วยหรือเปล่า? มีใครรู้อะไรไหม!? ตนหนึ่งได้ตอบ อ่อ แน่นอนอยู่แล้ว! มันเริ่มอีกแล้วสินะ มีคนไปถึงยอดไม้อีกแล้ว เขาหิวสุดๆไปเลยละตอนนี้ ทำไมคุณถึงไม่อยากจะตามใจเขาไปล่ะ? ไบรอันมองเข้าเต็มตา เขากำลังมองเห็นกลุ่มฆาตกร พวกโรคจิตที่ไม่เห็นอะไรผิดกับการที่มนุษย์ถูกต้นไม้กลืนกิน เขารีบวิ่งกลับไปยังประตู สีหน้ารังเกียจได้เปื้อนลงบนใบหน้าของเขา ในขณะที่เขาก็ดำเนินการอพยพต่อไป
… และด้วยความพยายามของชายหลายคนที่เป็นอย่างไบรอัน แม้จะมีความโกลาหลวุ่นวาย เราก็สามารถที่จะอพยพประชากรมนุษย์กว่าครึ่งออกมาได้อย่าปลอดภัย แม้ว่ามันจะทำลายแหล่งทรัพยากรของเราไปมากมายเลยก็ตามที สิ่งที่สำคัญก็คือเรารอดชีวิตออกมาได้ เราได้ทำการปิดล้อมทางเข้าทั้งหมดสู่ด่าน 300 และเราก็จะก้าวต่อไปด้วยบทเรียนสำคัญ อย่าพึ่งพึงความสะดวกสะบายที่ภพภูมิแห่งนี้มอบให้เรามากไป เพราะมันก็อาจถูกพรากไปในชั่วอึดใจนั้นเช่นกัน ขอขอบคุณทุกคน


